February 19, 2007

บันทึก ๑๓ ก.พ. ๕๐

วันนี้ยังคงเลี้ยงชีพด้วยปลีแข็งเป็นอาหารบิณฑบาต ได้ฉันข้าวกับน้ำซอสก็ถือว่าดีแล้วในกาละอย่างนี้ เราไม่ฉันเพื่อประดับตกแต่ง ง่ายต่อการอนุเคราะห์แก่การประพฤติพรหมจรรย์ ก็ต้องย้ำให้แก่ตนเองเสมอ วันนี้ได้พบปลาช่อนน้อย กำลังดิ้นเพื่อเอาชีวิตรอด อาตมาได้ช่วยชีวิจเอาไปปล่อยในน้ำซึ่งอยู่ตั้งไกล เขาดิ้นมาอยู่กลางถนนได้อย่างไร อาตมารู้สึกตำหนิตัวเองในการช่วยครั้งนี้ ด้วยความไม่อยากให้มือต้องเหม็นคาวก็เลยใช้เท้าเขี่ยให้ออกมาจากถนนก่อน แล้วจึงเขี่ยเข้าถุง การเขี่ยอยางนี้มันคงทำให้มันเจ็บเหมือนกัน ขอโทษด้วนนะเจ้าช่อนน้อย ถ้าคนอื่นมาเจอเจ้าอาจจะได้ไปอยู่ในหม้อแกงแล้ว เห็นใจตนเองว่าไม่มีใจที่จะคิดเบียดเบียนสัตว์ มีแต่จิตคิดช่วยเหลือเกื้อกูล ธรรมะสามารถเปลี่ยนใจคนได้จริงหนอ รู้สึกว่าใจเรายังสอบไม่ผ่าน ใจยังหวั่นไหวในภาวะที่หมามันวิ่งข้ามาจู่โจม วันนี้หลายตัวมันจู่โจมเข้ามาพร้อมๆกัน เรียกว่า หมาหมาจริงเลย ดีที่มันไม่กัด เพียงแต่ขู่เท่านั้น หมาข้างถนนมันจะขู่แสดงความเป็นใหญ่ ถ้ามันกัดจริงๆเข้าของมักจะมัดเอาไว้ ฟังเสียงเห่าก็พอจะรู้ว่ามันจะกัดหรือไม่ แต่พอมันวิ่งเข้ามาใกล้ๆก็อดที่จะขนลุกไม่ได้ เป็นโจทย์ที่จะต้องพยายามสอบให้ผ่านให้ได้ มารูปเดียวเช่นนี้มันเข้มข้นดีจริงๆ อาการแสบร้อนที่ขาหนีบซึ่งเกิดจากการเสียดสีวันนี้ดีขึ้น มันจะเป็นเฉพาะในการเดินช่วงบ่ายที่ร้อนทำให้เหนียวเหนอะ จึงแก้โดยการสรงน้ำในช่วงพักเที่ยงพอช่วยได้ วันนี้มาออกอาการในชั่วโมงสุดท้าย ก่อนจะถึงที่ต้องพยายามเดินถ่างขาเหมือนเป็ดเลย ค่ำนี้ได้มาพักทีวัดรักไทย มีพระอยู่เพียงรูปเดียว ท่านให้การต้อนรับดีมาก

0 comments: