February 19, 2007

บันทึก ๑๒ ก.พ. ๕๐

วันนี้อาตมาได้ร่วมฉันอาหารกับพระที่วัดสันติธรรม เพราะเห็นท่านเจ้าอาวาสมีอัธยาศัยดี วันนี้จึงได้ฉันข้าวกับผักดอง การเดินในวันนี้สองฝากถนนเต็มไปด้วยไร่อ้อยสุดลูกหูลูกตา อาตมารู้สึกสลดใจในการตัดอ้อย เดี๋ยวนี้ก่อนจะตัดอ้อยเขาจะจุดไฟเผาเสียก่อน เหตุผลคือเพื่อความสะดวกในการตัด นี่เป็นความคิดที่จะเอาแต่ได้โดยไม่คิดถึงผลกระทบที่จะตามมา สัตว์ต่างๆทั้งมดทั้งแมลงกี่หมื่นกี่แสนที่ต้องตายในกองไฟ จุลินทรีย์ที่ช่วยให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต้องตายไปนับไม่ถ้วน และยังส่งผลให้บรรยากาศของโลกร้อนเพิ่มขึ้นสักเท่าใด ความเห็นแก่ตัวนั้นทำให้มองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป สุดท้ายแล้ววิบากกรรมที่เขาทำนั้นมันก็จะย้อนกลับมาหาตนเองแน่นอน ถ้าทำเช่นนี้กันต่อไปปีแล้วปีเล่า อีกไม่นานก็จะเป็นทะเลทรายอย่างแน่นอน เดินไปต้องปลงไป การเดินช่วงบ่าย ขาอาตมาเกิดปัญหาอีกแล้ว ที่ขาหนีบเกิดการเสียดสีกัน เพราะอากาศที่ร้อนและเนื้อมากเกินไป ทำให้เกิดการอักเสบเป็นผื่นแดง ก้าวไปแต่ละก้าวจึงเกิดความแสบร้อน พยายามแก้ด้วยการเอาอังสะไปพันขาข้างนึง เพื่อไม่ให้เนื้อกับเนื้อเสียดสีกัน ไม่ได้ผล เดินไปหน่อยผ้าก็หลุด มีทางเดียวต้องหยุดพัก เข้าไปขอพักที่วัดเจ้าอาวาสกลับปฎิเสธไม่ให้พักเสียอีก อ้างว่ากำลังมีงานศพ ท่านถามว่านุ่งห่มแบบนี้อยู่สำนักอะไร อาตมาก็ตอบไปตรงๆว่า "สันติอโศก" ก็ไม่ว่ากัน เป็นอย่างดีที่ได้ฝึกวางใจอีกแล้ว ต้องอ่อนน้อมถ่อมตนก็สอบผ่าน ไม่ให้พักแต่ขอสรงน้ำ กำจัดความเหนียวเหนอะ แต่ก็ยังช่วยไม่ได้มาขอพักที่โรงเรียนดีกว่า เข้าไปไม่พบใครซักคน สักพักนึงภารโรงก็เข้ามาหาพร้อมน้ำดื่มหนึ่งขวด ยินดีให้พัก ภารโรงเล่าให้ฟังว่ามีทั้งตำรวจ ทหาร และภารโรงต้องมาเวรยามกันทั้งคืน หลังจากเกิดเหตุโรงเรียนถูกเผาหลายแห่ง ภารโรงบอกว่าได้นอนเพียงวันละ ๒ชั่วโมง มา ๕เดือนแล้ว ศีลธรรมตกต่ำอะไรๆจึงมีแต่แย่ลงไปเรื่อยๆ ศีลธรรมไม่กลับมาโลกาจะวินาศ

0 comments: