February 19, 2007
บันทึก ๑๐ ก.พ. ๕๐
๑๐ ก.พ. ๕๐ งานพุทธาภิเษกซึ่งเป็นการเสกความเป็นพระให้เกิดมีขึ้นที่จิตใจของคน ๗วันที่แต่ละคนได้มาฝึกถือศีล๘ กินมังสวิรัติมื้อเดียว แต่ละคนก็ได้พิสูจน์ด้วยตนเอง สามารถอยู่ได้อย่างแข็งแรง เมื่อกลับไปบ้านแล้วก็เป็นการพิสูจน์ว่าคามเป็นพระจะขลังมากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่ที่บุญบารมีของแต่ละคน สำหรับอาตมาเองหลังงานพุทธาภิเษกก็ได้ออกเดินธุดงภ์ต่อตั้งแต่วันที่ ๘ ก.พ. จุดมุ่งหมายต่อไปคือการเดินไปร่วมงานเกษตรแห่งชาติที่ม. อุบลฯ และต่อไปร่วมงานปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธที่ "ศีรษะอโศก" เมื่อคืนนี้อาตมาได้พักค้างที่ลานบ้านของญาติธรรมประสิทธิ คุณประสิทธิได้เล่าเรื่องราวชีวิตของตนเองให้ฟัง ซึ่งเป็นอุทาหรณ์ได้เป็นอย่างดี คุณประสิทธิหลังจากได้มาปฎิบัติธรรมแล้ว๒ปี ต้องมาประสบกับเหตุการณืที่น้าเศร้าและน่าแค้นใจเป็นอย่างมาก คือพ่อแม่ถูกฆ่าตายพร้อมๆกันอย่างทารุณเพื่อเอาทรัพย์ คนที่ฆ่านั้นเป็นคนที่พ่อให้การอุปการะด้วย มันทำให้คิดขึ้นมาชั่วแวบหนึ่งว่าจะต้องฆ่าล้างโคตรให้สมแค้น การปฎิบัติธรรมะทำให้คิดขึ้นได้ว่างฆ่ามันตายแล้วก็ไม่สามารถได้ชีวิตพ่อแม่กลับคืนมาได้ มันก้ต้องฆ่ากันไปล้างกันมาอย่างไม่จบสิ้น มันคงเป็นวิบากกรรมของพ่อแม่ที่จะต้องชดใช้ตามกฎแห่งกรรม คิดได้เช่นนี้จึงอโหสิกรรมให้มันได้ คนที่ฆ่านั้นสุดท้ายมันก็ถูกฆ่าเช่นเดียวกัน และต่อมาได้เกิดการคิดที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง คือคิดอยากจะหมดหนี้ให้ไวๆ จึงได้ไปลงทุนเลี้ยงกุ้งกุลาดำ มันเป็นอาชีพที่ทำให้รวยเร็ว แต่มันเป็นอาชีพที่เป็นบาป มันไม่ควรอย่างยิ่งเลย โดยเฉพาะนักปฎิบัติธรรมที่รู้บุญรู้บาปแล้ว ปรากฏว่าโรคระบาดทำให้กุ้งตายหมดเลย ทีนี้เลยหมดตัวเลย บางวันไม่มีเงินที่จะซื้อข้าวกิน มันจึงทำให้เกิดความเครียดกันทั้งบ้านเลย ซึ่งส่งผลทำให้เมียและลูกชายเป็นโรคประสาทจนถึงทุกวันนี้ การเอาวิบากกรรมไปแลกกับเงินนั้นมันไม่คุ้มเลยจริงๆ ตอนนี้ซาบซึ้งแล้ว บอกอีกว่าไม่เกิน ๕ ปีจะสละไปอยู่วัด อย่าได้ประมาทเลยแม้บาปอันน้อยนิด ตอนเช้าทั้งครอบครัวได้ร่วมกันทำบุญฟังธรรม หลังฉันออกเดินต่อ ได้มาพักที่บ้านร้างแห่งหนึ่งอยู่ในเขตหนองมะค่า จ.ลพบุรี
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment