February 21, 2007

บันทึก ๑๙ ก.พ. ๕๐

เมื่อคืนนี้ที่มีพระรูปหนึ่งจะขอร่วมธุดงภ์ไปกับอาตมาด้วย ได้ไปขอลาเจ้าอาวาสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาตมาได้บอกปฏิปทาของสมณะเรา อยู่ๆท่านก็เปลี่ยนใจอย่างกะทันหัน บอกว่าจะกลับไปวัดเก่าของท่าน ก็ไม่ทราบเหตุปัจจัยมาจากอะไร เช้าอาตมาออกบิณฑบาตแล้วเลยไปฉันที่บ้านของครูแดงและครูขวัญที่บอกนิมนต์ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ก่อนฉันจึงได้แสดงธรรมซึ่งมีครู ๓ คนร่วมฟัง คุณครูทั้ง ๒ ท่านนี้มีใจใฝ่ธรรม อายุ ๔๐ และ ๕๐ แต่ก็ยังตั้งตนเป็นคนโสดอยู่ สาธุ. อาตมาแนะนำให้ถือศีล ๘ และกินมังสวิรัติในวันพระก่อน ช่วงก่อนเที่ยงอาตมากำลังเดินอยู่ มีหญิงคนหนึ่งถีบจักรยานตามมา เอานมมาถวาย รู้ว่าอาตมาไม่ฉันนมแต่ต้องการดื่มน้ำ ได้ถีบจักรยานกลับไปเอาน้ำมาถวายอีก เธอได้เล่าความเจ็บปวดให้ฟัง เธอแต่งงานแล้วมีลูก ๒ คน ในช่วงที่เธอไปทำงานที่ไต้หวัน ๓ ปี หาเงินเพื่อครอบครัว เธอกลับถูกสามีที่เคยไว้ใจหักหลังไปมีหญิงอื่น เธอต้องเสียเงินค่าโง่ไปอีกหลายแสน เธอพูดไปด้วยน้ำตาคลอเบ้า แต่เธอได้พยายามให้อภัย คิดเสียว่าเป็นวิบากที่เคยทำกับเขามาก่อน นี่เป็นบทเรียนสำหรับผู้ที่จะไปขุดทองในต่างประเทศเพื่อต้องการเงิน แต่ผัวเมียไม่ได้อยู่ด้วยกันเป็นเวลานาน คุ้มไม่คุ้มเป็นสิ่งที่น่าคิด ไม่ต้องมีเงินมากแต่มีความรัก มีความเข้าใจกันนั้นเป็นสิ่งที่มีค่ามากกว่า
ช่วงเย็นโชเฟอร์รถสองแถวมาอบุญโดยการให้อาตมาขึ้นรถ อาตมาได้อนุโมทนาแล้วบอกว่าได้ตั้งสัจจะไว้แล้ว ในกรณีที่ขึ้รถต้องป่วยหนักจริงๆเท่านั้น จากนั้นโยมก็เอาเงินมาให้อีก อาตมารับแล้วส่งคืนไป โยมถึงกับก้มลงกราบที่พื้นดิน สังเกตเห็นน้ำตาคลอเบ้า วันนี้ได้มาพักที่วังเสมาซึ่งเหลืออีก ๓ กิโลก็จะถึง อ.จัตุรัส ก็หมดไปอีกหนึ่งวันแล้วอย่างรวดเร็ว

1 comments:

นายโม่ง said...

ขออนุโมทนาด้วยครับ