
“๗๐ปีไม่เคยเห็นพระที่ไม่รับเงิน”
ในช่วงที่อาตมากับท่านบินก้าว เดินเข้าเขตจังหวัดชุมพร มีโยมนิมนต์ให้เข้าไปดื่มน้ำที่ร้าน แล้วก็เปิดใจให้ฟังว่า ผู้เป็นสามีได้จากไปแล้วยังไม่ถึงเดือนเลย ที่น่าเศร้าใจมากนั้นก็เพราะเป็นการจากไปด้วยการฆ่าตัวตาย โดยการผูกคอตาย ทั้งๆที่ได้มีเรื่องทะเลาะกันเลย ลูกๆก็โตพึ่งตนเองได้หมดแล้ว เงินทองก็มีไม่เป็นหนี้ใคร เพียงแต่สามีได้บอกว่ามันถึงเวลา ดวงชะตาชีวิตของเขาได้หมดแล้ว สามีอาจจะเคยไปดูดวง ว่าตนเองจะต้องตายวันนั้น พอถึงวันจึงไม่ต้องรอให้ใครมาฆ่า ฆ่าตัวเองมันเสียเลย นี่คือความที่หลงไปเชื่อในสิ่งที่ผิดๆ เลยต้องมาทำลายชีวิตของตนเองไปอย่างน่าเศร้าใจการฆ่าตัวเองให้ตายไป บางคนคิดผิดว่าเมื่อฆ่าตัวเองตายแล้ว ก็จะพ้นจากสภาวะที่ต้องทนทุกข์ที่ต้องเผชิญในปัจจุบัน หารู้ไม่ว่าการฆ่าตัวตายนั้นเป็นบาปที่หนักมากกว่าการฆ่าผู้อื่นเสียอีก เพราะคนที่เรารักมากที่สุดก็คือตัวของเราเอง การฆ่าตัวเองได้นั้นจึงต้องอาศัยจิตใจที่อัมหิตมาก ความทุกข์ที่คิดว่าตายแล้วมันจะพ้นนั้น แท้จริงแล้วมันกับทำให้ทุกข์มากกว่าเดิมหลายเท่านัก เพราะเป็นแต่การตายทางด้านร่างกายเท่านั้น แต่จิตวิญญาณหาได้ตายไปด้วยไม่ ตอนที่ยังไม่ตาย ความทุกข์ที่มีตอนที่เราหลับมันก็ไม่ได้ทุกข์ แต่ในสภาวะที่เหลือแต่วิญญาณ มันไม่มีตื่นมีหลับ มันจึงเป็นความทุกข์ที่ต่อเนื่องยาวนาน ร่างกายนี้เราไม่ต้องไปฆ่ามันหรอก ถึงเวลามันก็ต้องตายอยู่แล้ว จะอยากตายหรือไม่อยากตายก็ตามโยมปราณีผู้เป็นแม่บ้านระบายให้ฟังด้วยความเศร้าใจ อาตมาก็ได้ให้สติ ให้รู้จักการปล่อยวางใจ การเศร้าใจกับคนที่ตายไปแล้วนั้น ไม่มีประโยชน์อันใดเลย เพราะถึงอย่างไร คนที่ตายไปแล้วก็ไม่สามารถที่จะฟื้นขึ้นมาได้
พระพุทธองค์ให้เรารู้จักการพิจารณาถึงความตาย ให้จนกลายเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีหนีพ้นไปได้ ก็ช่วยทำให้จิตใจของโยมชุ่มชื่นขึ้นมาบ้างจากนั้นโยมได้เอาเงินใส่ซองมาถวาย อาตมาชี้แจงให้โยมฟังว่า เงินที่ถวายมานั้น ถ้ารับมาก็ไม่เกิดประโยชน์เพราะพระไม่สามารถเอาเงินไปซื้ออะไรได้ ผิดพระธรรมวินัย ให้โยมเอาไปทำบุญต่อกับคนยากคนจนที่เขาต้องลำบากมากกว่าเรา อาตมาพอแล้ว แม้ว่าจะไม่มีเงินเลย ปัจจัยเครื่องอาศัยต่างๆ ญาติโยมเขาก็คอยอนุเคราะห์อยู่แล้ว เงินทองจึงไม่มีความจำเป็น แล้วอาตมาก็ส่งเงินให้โยมคืนไป โยมได้อุทานออกมาว่า โยมนี้ชอบทำบุญมาจนอายุได้๗๐ปี ไม่เคยเลยที่เอาเงินให้พระแล้ว พระได้ให้กลับคืนมา โยมได้พูดซ้ำแบบนี้ประมาณสิบครั้งเห็นจะได้ เป็นไปได้อย่างไร ที่เอาเงินถวายแล้ว ท่านไม่เอา มีแต่เห็นประเภทที่ให้ไปแล้ว บอกว่ายังไม่พอ ที่เอาไปซื้อนั้นซื้อนี้ ที่ต้องใช้เงินมากกว่านี้ เงินมีใครบ้างที่ไม่อยากได้ แต่มันก็เป็นสิ่งที่ท้าทาย ว่าพระที่ปฏิบัติให้เข้าถึงคำสอนจริงๆ ก็จะรู้สึกไม่อยากได้ ไม่รู้ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเอามาทำไม การอยู่กับที่ที่มีปัจจัยที่พรั่งพร้อม ก็รู้สึกว่าอยู่ได้ แต่การมาเดินธุดงค์อย่างนี้ มันจึงเป็นความชัดเจนอย่างแท้จริง มีโยมถามว่าเมื่อไม่มีเงินอย่างนี้ ในยามเจ็บป่วยได้ไข้จะทำอย่างไร ถ้าไม่มีคนพาไปหาหมอรักษา ถ้าจะต้องตายก็ต้องตาย เพราะการออกมาบวชก็ต้องพร้อมที่จะตาย แต่ถ้าเรามีการปฎิบัติอย่างแท้จริงแล้ว กลับจะยิ่งมีมาก คนที่จะมาอนุเคราะห์ ผู้มีปัญญาจริงแล้ว ก็จะรู้ว่าคนประเภทที่อยู่ได้อย่างมักน้อยสันโดย ได้เสียสละตนเองมาให้กับพระศาสนา สมควรอย่างยิ่งที่จะเลี้ยงเอาไว้ก่อนจากกันได้ขอนิมนต์ถ้าผ่านมาที่บ้านของโยมอีก ถ้ามาตอนเช้าโยมขอทำบุญถวายอาหาร ขออนุโมทนา สาธุ...
2 comments:
กราบนมัสการครับ
ขอบคุณ คุณโม่งมากค่ะ ที่เป็นกำลังใจ
มีอะไรชี้แนะได้นะค่ะ
มีประเด็นถึงท่านกลางดินฝากได้ค่ะ
เพรชสีรุ้ง
Post a Comment