"การเสียสละสุดๆ ของผู้ใหญ่บ้าน" ในช่วงที่อาตมากับท่านบินก้าวเดินออกจาก อ.คีรีรัฐนิคม ช่วงกลางวันได้พักเที่ยงที่ศาลาอเนกประสงค์พอดีมีคณะสาธารณะสุขของตำบลได้มาร่วมประชุมกัน ก่อนประชุมกันเขาได้นิมนต์ให้อาตมาให้โอวาสก่อนที่จะประชุมกันด้วย เมื่อให้โอวาสเสร็จมีโยมคนหนึ่งควักเอาเงินนำมาถวาย พอคนอื่นเห็นต่างก็ควักเอามาทำบุญตามๆกัน ซึ่งเป็นความรู้สึกของโยมที่เห็นอาตมาเดินเข้ามาด้วยระยะทางที่ไกล จึงมองเห็นว่าเงินเป็นสิ่งที่พอจะช่วยได้บ้าง แต่พระพุทธเจ้าให้สาวกพิสูจณ์ว่าเงินนั้นไม่ใช่เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นให้ได้ ให้สามารถเลี้ยงชีวิตอยู่ให้ได้เนื่องด้วยผู้อื่น นี่แหละเป็นการพึ่งตนเองของนักบวช พระพุทธเจ้าสอนให้พึ่งตนเองด้วยการให้ผู้อื่นต้องเลี้ยงเอาไว้ ฟังดูแล้วเหมือนกับว่ามันขัดแย้งกันผู้ที่ลึกซึ้งในสัจธรรมก็จะเข้าใจได้ถ้าพระช่วยตนเองได้ การทำนาเอง ปลูกผักฉันเอง หาเงินมาใช้เอง พระพุทธเจ้ากลับไม่ให้ทำอย่างนั้น เพราะมันมีส่วนแห่งการเบียดเบียน และไม่มีเวลาที่จะฝึกฝนตนเองในการเป็นแบบอย่างในความเป็นผู้ที่ไม่สะสมหอบหวงมาเป็นของตนเอง และการทำให้แก่คนอื่นได้อย่างเต็มที่ เงินจึงเป็นสิ่งที่ไม่มีความจำเป็นสำหรับสมณะได้พูดให้โยมเข้าใจ เงินที่บริจาคมามากเช่นนั้น จึงให้โยมเอาเป็นกองทุนในการเสริมสร้างสุขภาพให้ชาวบ้านต่อไป
ช่วงเย็นกำลังหาที่พักพอดีได้มาพบที่ทำการ อบต.ถามชาวบ้านว่าสามารถพักได้หรือไม่ โยมบอกว่าผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ดูแล โยมได้อาสาจะติดต่อผู้ใหญ่บ้านให้ สักพักผู้ใหญ่บ้านก็มา ถ้าจะพักจริงๆก็สามารถพักได้ แต่ถ้าดีกว่านี้คือพักที่วัด ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักผู้ใหญ่บ้านอาสาที่จะไปส่งด้วยตนเองเห็นผู้ใหญ่บ้านมีความตั้งใจอย่างนั้นจึงตกลง ผู้ใหญ่บ้านพามาถึงฝั่งแม่น้ำไม่ไกลก็จริงข้ามไปก็ถึงวัดแล้ว แต่วัดนั้นอยู่อีกฝั่งหนึ่งต้องอาศัยข้ามไปด้วยแพ เห็นแล้วอาตมารู้สึกว่ามันคงจะเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะอยู่ฝั่งตรงข้ามน้ำก็ไหลแรงและรู้สึกว่าชาวบ้านไม่ได้ใช้มานานแล้ว รู้สึกว่าผู้ใหญ่บ้านมีความมุ่งมั่นที่จะไปส่งให้ได้ โดยการตัดสินใจถอดเสื้อผ้าเหลือกางเกงในตัวเดียว ถ้ามีเสื้อผ้าคงจะว่ายไม่ออก ผู้ใหญ่ว่ายตัดกระแสน้ำจนไปถึงฝั่งโน้นจนได้แล้วเดินหาไม้ถ่อที่ต้องยาวพอสมครหาได้แล้วก็พยายามถ่อข้ามมา ซึ่งมีสายรวดสลิงเชื่อมอยู่ ผู้ใหญ่ต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากโดยเฉพาะช่วงกลางแม่น้ำนั้นกระแสน้ำแรงมาก ถ้าไม่มุ่งมั่นจริงๆต้องยอมแพ้แน่ ความพยายามของผู้ใหญ่สามารถข้ามมาจนได้ ที่นี้ต้องรับอาตมาและท่านบินก้าวให้ข้ามกลับไปอีก ต้องลำบากมากกว่าเก่า แต่ผู้ใหญ่ก็ยืนยันที่จะไปส่งให้ได้ น้ำใจล้นเหลือจริงๆที่สุดผู้ใหญ่ก็พาข้ามไปถึงฝั่งโน้นจนได้ แล้วก็ต้องกลับไปอีก อาตมาเห็นผู้ใหญ่เหนื่อยไม่น้อยเลย ถ้าเมืองไทยได้ผู้ใหญ่ที่มีใจที่เสียสละอย่างนี้ ประเทศชาติคงจะโชติช่วงชัชวาลย์แน่ แต่บ้านเมืองเป็นอย่างที่เห็น ส่วนมากจะเห็นประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวและบริวารของตัวมากกว่าประโยชน์ของส่วนรวม เราจากผู้ใหญ่มาด้วยดี ความซาบซึ้งใจอันหาประมาณมิได้ ผู้ใหญ่เป็นพลังที่ทำให้ต้องเสียสละ เพื่อมวลมนุษย์ชาติต่อไป
0 comments:
Post a Comment