“ศักดิ์ศรีของเรขาเจ้าคณะจังหวัด”
เดินมาถึง จ.ชุมพร อาตมากับท่านบินก้าวได้มีโอกาสดีที่ได้เข้ามาพักที่วัดเจ้าคณะจังหวัด ท่านให้ความเป็นกันเอง และให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ท่านอายุร่วม๘๐ปีแล้ว ท่านให้เขียนที่อยู่ให้ แล้วท่านพยายามที่จะเพ่งอ่าน ตอนที่อาตมาไปพบท่าน ก็มีญาติโยมคอยพบท่านอีกหลายคน อายุมากขนาดนี้ก็ยังต้องมารับภาระอีก
ท่านได้ให้ท่านเรขาฯพาเราไปพักที่กุฎิ เมื่อได้ที่พักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านเรขาฯได้มีโอกาสมาร่วมสนทนาด้วย ท่านเล่าให้ฟังว่า ปกติท่านก็ชอบออกเดินธุดงค์เหมือนกัน และชอบไปรูปเดียว ท่านชอบเดินธุดงค์เข้าไปในป่าแถวภาคอีสาน บำเพ็ญหนักจนทำให้ล้มป่วย หมอต้องตัดลำไส้ออกไปส่วนหนึ่ง จากนั้นเป็นต้นมาทำให้ท่านอ่อนแอลงไปมาก ไม่สามารถที่จะปฏิบัติเคร่งครัดเหมือนแต่ก่อนได้ จึงต้องมาอยู่กับที่ทำงานรับใช้เจ้าคณะจังหวัด ท่านบอกว่าเป็นพรรษาสุดท้ายที่ท่านจะได้อยู่เป็นบรรพชิต ท่านจะขอลาสิกขา เหตุผลที่สำคัญคือท่านไม่สามารถที่จะปฏิบัติเคร่งคัดได้อีกต่อไปแล้ว การบวชต่อไป จึงทำให้ท่านเกิดความระอายใจ และกลัวจะเป็นหนี้ก้อนเข้าวของชาวบ้าน
อาตมาได้ฟังคำของท่านแล้ว เป็นสิ่งที่น่าคิดไม่น้อยเลยทีเดียว อาตมามองว่าการที่ท่านปฏิบัติโดยการที่เข้าไปอยู่ในป่านั้น เป็นสิ่งที่อันตราย พระพุทธเจ้าไม่ให้เข้าไปในป่ามากเกินไป ต้องไม่ไกลพอที่จะมาบิณฑบาตกับชาวบ้านได้ ทุกวันนี้ความเข้าใจบางส่วนคิดว่าการเดินธุดงค์นั้น จะต้องเข้าไปเดินในป่า แล้วได้ไปต่อสู้กับสิ่งที่อันตรายนาๆประการ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด พระพุทธองค์ให้เราต่อสู่กับกิเลสในตัวเอง ไม่ใช่ให้ไปต่อสู้กับเสือสิงห์ที่ไหน
ในส่วนที่อาตมาประทับใจคือความเด็ดเดียวของท่าน ท่านไม่ได้บวชเพื่ออาศัยพระศาสนาเลี้ยงชีพ ให้อยู่ได้ไปวันๆเท่านั้น เมื่อบวชเข้ามาแล้ว จึงต้องเอาจริง ให้สมกับที่ชาวบ้านมากราบไหว้และเลี้ยงดูอาหาร และเครื่องอาศัยที่ดีๆ ท่านทำไม่ได้จึงขอสึกออกไปดีกว่า เป็นสิ่งที่อาตมาได้เอามาเตือนตนเองด้วย ต้องทำให้ถึง จึงจะทำให้เกิดความภาคภูมิใจ
ส่วนหนึ่งก็รู้สึกเสียดายความตั้งใจจริงของท่าน และได้ลงแรงกายแรงใจปฏิบัติอย่างจริงจัง พระที่ตั้งใจอย่างนี้นับวันจะหาได้ยากเต็มที เจริญพร...
เดินมาถึง จ.ชุมพร อาตมากับท่านบินก้าวได้มีโอกาสดีที่ได้เข้ามาพักที่วัดเจ้าคณะจังหวัด ท่านให้ความเป็นกันเอง และให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ท่านอายุร่วม๘๐ปีแล้ว ท่านให้เขียนที่อยู่ให้ แล้วท่านพยายามที่จะเพ่งอ่าน ตอนที่อาตมาไปพบท่าน ก็มีญาติโยมคอยพบท่านอีกหลายคน อายุมากขนาดนี้ก็ยังต้องมารับภาระอีก
ท่านได้ให้ท่านเรขาฯพาเราไปพักที่กุฎิ เมื่อได้ที่พักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านเรขาฯได้มีโอกาสมาร่วมสนทนาด้วย ท่านเล่าให้ฟังว่า ปกติท่านก็ชอบออกเดินธุดงค์เหมือนกัน และชอบไปรูปเดียว ท่านชอบเดินธุดงค์เข้าไปในป่าแถวภาคอีสาน บำเพ็ญหนักจนทำให้ล้มป่วย หมอต้องตัดลำไส้ออกไปส่วนหนึ่ง จากนั้นเป็นต้นมาทำให้ท่านอ่อนแอลงไปมาก ไม่สามารถที่จะปฏิบัติเคร่งครัดเหมือนแต่ก่อนได้ จึงต้องมาอยู่กับที่ทำงานรับใช้เจ้าคณะจังหวัด ท่านบอกว่าเป็นพรรษาสุดท้ายที่ท่านจะได้อยู่เป็นบรรพชิต ท่านจะขอลาสิกขา เหตุผลที่สำคัญคือท่านไม่สามารถที่จะปฏิบัติเคร่งคัดได้อีกต่อไปแล้ว การบวชต่อไป จึงทำให้ท่านเกิดความระอายใจ และกลัวจะเป็นหนี้ก้อนเข้าวของชาวบ้าน
อาตมาได้ฟังคำของท่านแล้ว เป็นสิ่งที่น่าคิดไม่น้อยเลยทีเดียว อาตมามองว่าการที่ท่านปฏิบัติโดยการที่เข้าไปอยู่ในป่านั้น เป็นสิ่งที่อันตราย พระพุทธเจ้าไม่ให้เข้าไปในป่ามากเกินไป ต้องไม่ไกลพอที่จะมาบิณฑบาตกับชาวบ้านได้ ทุกวันนี้ความเข้าใจบางส่วนคิดว่าการเดินธุดงค์นั้น จะต้องเข้าไปเดินในป่า แล้วได้ไปต่อสู้กับสิ่งที่อันตรายนาๆประการ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด พระพุทธองค์ให้เราต่อสู่กับกิเลสในตัวเอง ไม่ใช่ให้ไปต่อสู้กับเสือสิงห์ที่ไหน
ในส่วนที่อาตมาประทับใจคือความเด็ดเดียวของท่าน ท่านไม่ได้บวชเพื่ออาศัยพระศาสนาเลี้ยงชีพ ให้อยู่ได้ไปวันๆเท่านั้น เมื่อบวชเข้ามาแล้ว จึงต้องเอาจริง ให้สมกับที่ชาวบ้านมากราบไหว้และเลี้ยงดูอาหาร และเครื่องอาศัยที่ดีๆ ท่านทำไม่ได้จึงขอสึกออกไปดีกว่า เป็นสิ่งที่อาตมาได้เอามาเตือนตนเองด้วย ต้องทำให้ถึง จึงจะทำให้เกิดความภาคภูมิใจ
ส่วนหนึ่งก็รู้สึกเสียดายความตั้งใจจริงของท่าน และได้ลงแรงกายแรงใจปฏิบัติอย่างจริงจัง พระที่ตั้งใจอย่างนี้นับวันจะหาได้ยากเต็มที เจริญพร...
No comments:
Post a Comment