January 29, 2007

ธรรมะธุดงค์ ตอน นกยุงกับธรรมชาติ




ธรรมะธุดงค์ ตอน นกยุงกับธรรมชาติ
โดย ท่านสมณะกลางดิน โสรัจโจ
วันทีี 23 มกราคม 2550


เช้านี้อาตมาบิณฑบาตที่ อ. หนองบัวระเหว เป็นอีกวันหนึงที่ได้เลี้ยงชีพด้วยการบิณฑบาต ถือว่าเป็นอาหารทีเลิศที่สุด และวันนี้ได้ฉันอาหารสูตรใหม่คือบะหมี่น้ำเย็น เพราะโยมถวายน้ำเย็นมาตามมี ตามได้ เจอน้ำเย็นบะหมี่เลยไม่ยอมขึ้น ประสบการณ์ได้สอนว่า ถ้าฉันหมี่แห้งๆจะไปดูดน้ำในกระเพาะมาก จะทำให้หิวน้ำปากแห้งเลย ถ้าไม่ได้น้ำร้อน น้ำธรรมดาก็ยังดี วันนี้มีรถมาจอดนิมนต์ขึ้นถึง
3 คัน ขออนุโมทนาสาธุ... ก็ยังยืนยันที่จะไม่ขึ้น ไม่มีเหตุผลที่จะต้องขึ้น งานพุทธาฯก็เชื่อมั่นว่าไปทันอยู่ หลายคนมองว่าการเดินนั้นเป็นความลำบาก บางคนถึงกับทุกแทนอาตมาก็มี อาตมามองว่าการเดินนั้นสบาย กว่าการขึ้นรถ การเดินทำให้จืตใจสงบ เดินเหงื่อออกแล้วทำให้สบายเนื้อสบายตัว กินข้าวได้และนอนหลับสบาย ร่างกายแข็งแรงด้วย การเดินทำให้เห็นน้ำใจของคน แล้วเกิดความประทับใจ สารเอ็นโดฟินก็จะหลั่งออกมา ประทับใจโยมที่อยู่ชัยภูมิบอกว่า ต่อไปจะพยายามเดินไปทำงาน คนทุกวันนี้มีเท้าแต่ไม่ค่อยใช้เท้ากันแล้ว จึงไม่ต่างจากคนพิการ เมื่อเรามีเท้าแต่ไม่ใช้เท้าก็จะทำให้เท้าอ่อนแรงลงไปเรื่อย ช่วงเย็นเดินมานั่งพักที่ศาลาริมทาง เห็นกระติกน้ำตั้งไว้ให้คนดื่ม เห็นแล้วเกิดความประทับใจ เป็นสื่อบอกของความเป็นผู้มีน้ำใจ พออาตมานั่งดื่มเจ้าของบ้านก็ยังเอาน้ำเย็นมาถวายเพิ่มให้อีก มันเคยเป็น ประเพณีที่ดีงามของคนไทยที่ตั้งน้ำดื่มเอาไว้หน้าบ้าน แต่ก่อนวัตถุยังไม่เจริญแต่มีความเจริญทางด้านจิตใจ ไปไหนๆก็จะใช้การเดินกันมาก ไปถึงบ้านไหนก็ขอกินขอดื่มขอนอนกันได้ คนไทยโบราณจึงพูดว่า ประเพณี ไทยแต่โบราณ ใครมาถึงเรือนชานก็ต้อนรับ ความมีน้ำใจเช่นนี้มันได้เหือดหายไปมากแล้ว พร้อมๆกับความเจริญทางด้านวัตถุ คิดแล้วอยากจะย้อนยุคจริงๆ คืนนี้ได้มาพักที่สำนักสงฆ์ห้วยบงวนาราม ปรากฏว่าเป็นสำนัก ร้าง ไม่มีพระอยู่เลย โยมมาสร้างไว้เสียอย่างดี ยุคนี้รู้สึกว่าคนจะไม่นิยมบวชกันแล้ว บวชกันตามประเพณี ไม่กี่วันก็สึกกันหมด บวชกันเล่นๆเหมิอนกับแสดงลิเก หาได้น้อยนักที่บวชเพราะความเบื่อหน่ายและ เห็นโทษภัยในชีวิตแห่งการครองเรือน รู้สึกว่าอาตมาจะเกิดมาผิดยุคแล้วกระมัง การเดินในช่วงนี้เป็นการเดินอยู่บนภูเขา บ้านคนมีน้อย อากาศบนภูเขาสะอาดบริสุทธิ์ดีมาก ทิวทัศน์ก็น่าชม เดินขึ้นบ้างเดินลงบ้างได้บริหารขาเป็นอย่างดี อาตมาพยายามที่จะมองเอาประโยชน์ในสิ่งที่ เกิดขึ้นให้ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันขึ้นอยู่ที่ใจของเรา จึงต้องมองให้ได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น เดินในช่วงหลังฉันได้ต่อสู้กับความง่วง แสดงว่าฉันท้องตึงไปหน่อย ถ้าทำผิดรู้สึกว่าธรรมชาติจะลงโทษทันที คืนนี้ได้มาพักที่วัดเขาเหย ซึ่งเป็นวัดที่ใหญ่มาก เป็นสายปฏิบัติฉันอาหารมื้อเดียว ไม่ให้มีวิทยุโทรทัศน์ บรรยากาศจึงเงียบสงบดีมาก อาจมาได้ยินเสียงนกชนิดหนึ่งร้อง เสียงนี้เคยได้ยินที่อินเดีย คือเสียงนกยูงนั่นเอง นกยูงที่อินเดียวเขาจะอยู่อย่างธรรมชาติ ไม่มีคนทำร้ายมัน มันเป็นสัตว์ประจำชาติของอินเดียด้วย ที่วัดนี้รู้สึกว่าเขาจะไม่ให้ผู้หญิงอยู่ปฏิบัติที่ห้องใหญ่ที่อาตมาพักอยู่นั้นได้เขียนคำสอนภิกษุให้เห็นโทษภัยของสตรีทั้งนั้นเลย ช่น ตาหวานๆ ขาขาวๆ หน้าสวยๆ ย่อมเหี่ยวแห้งไปตามกาล เมาเหล้าเช้าสายก็หายไป แต่เมาในพิศวาสอาจถึงตาย มารยาหญิงหลาย ร้อยเล่มเกวียน หยดน้ำกรดหรือจะสู้หยดน้ำตานาง แล้วก็แถมท้ายว่า เขียนสอนพระเณร ไม่ได้ว่าอุบาสิกา เน้นให้มากๆหน่อยก็เป็นสิ่งทีดีเหมือนกัน พระที่บวชแล้วไปไม่รอด ส่วนใหญ่ก็เรื่องนี้นี่เอง

2 comments:

นายโม่ง said...

น่าสนใจมากครับ

นายโม่ง said...

เข้ามาเยี่ยมชม...เป็นกำลังใจให้นำเสนอสิ่งดี ดี ต่อไปครับ