January 17, 2007

บันทึกธุดงค์วัตร ตอนที่ ๑

15 Jan 07, 14:02
โดยท่านสมณะกลางดิน โสรัจโจ

ท่านจึงออกเดินแต่เช้ามืด ตอนพักเที่ยงมีโยมมาบอกว่าเห็นท่านพักอยู่ไม่ไกล และท่านก็ถามหาอาตมา ตอนเย็นมีโยมมาบอกว่าเห็นท่านล่วงหน้าประมาณ 3 กิโมเมตร เดินคนเดียวก็ได้ ฝึกในด้านความกล้าหาญ ต้องดพึ่งตนเองทุกอย่าง การเดินกับคนอื่นก็จะได้ฝึกในทางด้านมานะอัตตา การยอมและการวางใจ ความคิดของคนเรานั้นมีความต่างกัน หลวงพ่อนั้นชอบเดินแต่เช้ามืด ท่านจะจำวัตรตั้งแต่ 6 โมง อาตมาไม่ชอบเดินเช้ามืด เพราะเห็นว่ามันเป็นยามวิกาล และมันก็อันตรายด้วย ผ้าของเรามันสีมืดมองไม่ค่อยเห็น ความต่างกันแต่สามารถยอมรับกันได้นั้นเป็นความเจริญ คืนนี้อาตมาได้มาพักที่วัดโพธิ์ทองสุวรรณาวาส เหลืออีกประมาณ 15 กิโลเมตรก็จะถึงอำเภอพุทไธสง เมื่อคืนนี้ทายกวัดได้มาสนทนาด้วยเรื่องการทำนา ช่วงที่เดินมานี้อาตมารู้สึกแปลกใจว่าทำไมที่ทุ่งนาไม่มีเถียงนา คุยกับทายกจึงได้เข้าใจว่าวิถึชาวนาได้เปลี่ยนไปมากแล้ว เกือบทุกขั้นตอนกลายเป็น ระบบทุนนิยมไปแล้ว อาชีพชาวนาจึงกลายเป็นอาชีพจ้างคนทำนา และใช้เครื่องทุ่นแรงทันสมัย ชาวบ้านไม่เกี่ยวข้าวกันแล้ว จ้างรถมาเกี่ยวแล้วนวดพร้อมออกมาเป็นเม็ดเลย ชาวนาผู้ไม่รู้เท่าทันก็ถูกเอาเปรียบแทบทุก ขั้นตอน สุดท้ายที่นาก็จะเป็นของนายทุนเมื่อนั้นข้าวก็จะราคาแพงมาก ชาวนาคนจนก็จะอพยพมาอยู่ในเมือง คนมีเงินก็จะมาอยู่บ้านนอก เห็นทิศทางความเสื่อมของมนุษยชาติแล้วก็ต้องปลง มันกำลังเสื่อมไปตามกาลเวลา ช่วงเที่ยงได้พักที่วัดราษฏร์บำรุง ในตัวเมืองพุทไธสง ได้สนทนากับเจ้าคณะตำบล ท่านรู้จักชาวอโศกดี ศรัทธาพ่อท่านแล้วพยายามปฎิบัติตาม ฉันมังสวิรัติ แต่ชาวบ้านไม่เอาด้วย ฝืนไม่ไหว จึงต้องไปตามโยม ท่านเองแต่ก่อนก็เป็นนักเดินธุดงค์เหมือนกัน ท่านเล่าให้ฟังว่าเคยไปธุดงค์ในป่าแถวภูพานซึ่งต้องเตรียมบะหมี่ไป 30 ซอง เพราะไม่มีบ้านคน ท่านเคยเห็นเสือและหมีด้วย ท่านว่าถ้าเราปฎิบัติดี สัตว์เหล่านี้จะทำร้าย ท่านมาเห็นอาตมาทำให้คิดอยากจะไปอีก แต่ก็ไปไม่ได้เพราะมีตำแหน่งและท่านป่วยเป็นโรคเลือด ปกติท่านจะไม่ให้พระจรพัก พระที่วัดก็สึกไปหมดแล้ว เหลือท่านเฝ้าวัดอยู่รูปเดียว คืนนี้อาตมาได้มาพักอยู่ที่เพิงร้างริมทาง ประมาณ 20 กิโลเมตรก็จะถึงอ.ประทาย ชีวิตหมดไปอีก 1 วันแล้ว

0 comments: