“อาหารอินเดียต้นตำหรับมังสวิรัติแท้”
ช่วงการเดินอยู่ในเขตกรุงเทพฯ อาตมาได้มีโอกาสได้ฉันอาหารมังสวิรัติที่บ้านนายห้างเกร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับสนามหลวง เป็นครอบครัวที่ทานอาหารมังสวิรัติมาตั้งแต่เกิด ถ้ามีโอกาสมากรุงเทพฯ อาตมาจะหาโอกาสมาเยี่ยมและฉันที่นี่เสมอ และในช่วงที่อาตมาได้ไปเดินธุดงค์ที่อินเดีย ก็มีโอกาสได้สัมผัส และได้เรียนรู้เรื่องอาหารอินเดียพอสมควร
คนอินเดียทานอาหารมังสวิรัติต่อเนื่องกันมาไม่ต่ำกว่า๕พันปีมาแล้ว จนมาถึงปัจจุบันนี้ คนอินเดียจำนวน ๘๐๐ กว่าล้านคนที่ยังมั่นคงในการกินมังสวิรัติ จึงทำให้เกิดความสนใจในการเรียนรู้ ในฐานะที่เราก็ฉันอาหารมังสวิรัติมานานพอสมควร อาหารประจำของคนอินเดียก็คือแกงถั่ว เมื่อไม่ทานเนื้อสัตว์ สิ่งที่แทนเนื้อสัตว์ได้ก็คือถั่วต่างๆ หัวใจสำคัญในการปรุงแกงถั่วก็คือเครื่องเทศ แขกเขาเรียกว่า “มะซาร่า” อาตมาได้พยายามเรียนรู้ว่าเครื่องเทศเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ก็พบว่ามี พริกไทยขาว ,พริกไทยดำ, อบเชย, ลูกผักชี,ลูกจันทร์ ,กานพลู,ป๋วยกั๊ก,ขมิ้น,ขิง,มหาหิง, คุณสมบัติของเครื่องเทศเหล่านี้จะช่วยไปกำจัดพิษที่มากับถั่ว ทำให้ย่อยง่าย ระบบหมุนเวียนดี ท้องไม่อืด ทำให้เข้าใจว่าทำไมต้องเอาถั่วไปแกงและมีเครื่องเทศเหล่านี้
ซึ่งที่ผ่านมาในการกินถั่วของชาวอโศก ก็เพียงแต่เอาถั่วมาต้ม แล้วก็ทานเป็นอาหาร และที่เน้นกินกันเป็นอย่างมากก็คือถั่วเหลือง ซึ่งเป็นธัญพืชที่ย่อยได้ยากมาก นายแพทย์เปี่ยมโชค บอกว่าถั่วเหลืองเป็นอาหารที่ไม่ควรทาน เพราะในถั่วเหลืองนั้น มีสารที่ไปยับยั้งการย่อยโปรตีน และวิตามิน ยิ่งกินมากก็ยิ่งจะทำให้ขาดสารอาหารมาก โปรตีนที่ว่ามีมากที่สุดในถั่วเหลืองนั้น ร่างกายไม่สามารถที่จะรับเอาโปรตีนที่มากนั้นได้ เป็นสิ่งที่น่าคิดมากทีเดียว ชาวมังสวิรัติเกือบทั้งหมดก็ว่าได้ในเมืองไทย จะกินแต่ถั่วเหลือง และสิ่งที่แปรรูปมาจากถั่วเหลือง
แม้แต่ชาวอโศกทุกวันนี้ก็มีปัญหาเรื่องของสุขภาพไม่ใช่น้อย จึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถที่จะท้าทายให้ชาวโลกที่ยังกินเนื้ออยู่มาพิสูจน์ได้อย่างภาคภูมิ และ อาจหาญแกล้วกล้า การกินจึงเป็นสิ่งที่มีผลไม่น้อยทีเดียว การกินถั่วเหลืองจะมีผลมากน้อยแค่ไหน เป็นสิ่งที่ต้องดูกันต่อไป ที่แน่ๆคนอินเดียที่ทานมังสวิรัติ เขาสามารถที่จะท้าทายได้
เป็นสิ่งที่น่าคิด ชาวอินเดียที่เป็นนักกินถั่วมืออาชีพ แต่ปรากฏว่าคนอินเดียไม่กินถั่วเหลือง เขาจะกินถั่วหลากหลายหมุนเวียนกันไปไม่ต่ำกว่า๓๐ชนิด ทางด้านมันสมองของชาวอินเดีย จัดอยู่ในแถวหน้าของโลก
เมนูอาหารของคนอินเดียนั้น มีไม่มากอย่างเหมือนกับคนไทย เมนูอาหารแทบจะเดาได้ถูกต้องเลยว่ามีอะไรบ้าง เขาทานไม่มากอย่าง แต่ในแต่ละอย่างนั้น เป็นอาหารที่มีคุณค่าที่เสริมหนุนกัน อาหารประจำของเขาก็มีจาปาตี,แกงถั่ว,แกงผัก,โยเกริดส์ ผักสดและผลไม้เล็กน้อย กินกันซ้ำซากอย่างนี้ทุกวัน แต่ถั่วและผักนั้นเขาจะมีการหมุนเวียนกันไป คนจนและคนรวยจึงมีสิทธิที่จะมีสุขภาพดีได้พอๆกัน เพราะอาหารหลักที่ประจำนั้นมีราคาที่ถูกและสามารถปลูกได้เอง ระยะเวลาที่ยาวนานในการกินอาหารมังสวิรัติของคนอินเดีย ได้เรียนรู้ผิดถูกมายาวนาน จึงเป็นอาหารที่ตกผลึกมาจนถึงทุกวันนี้ จึงเป็นสิ่งที่น่าศึกษาเรียนรู้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นนักมังสวิรัติ อาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญที่กำหนดชะตาชีวิตและสุขภาพ คุณจะเป็นอย่างที่คุณกิน
ก็เป็นมุมมองของอาตมา ก็ผิดหรือถูกอย่างไร ก็ต้องพิสูจน์กันต่อไป
ช่วงการเดินอยู่ในเขตกรุงเทพฯ อาตมาได้มีโอกาสได้ฉันอาหารมังสวิรัติที่บ้านนายห้างเกร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับสนามหลวง เป็นครอบครัวที่ทานอาหารมังสวิรัติมาตั้งแต่เกิด ถ้ามีโอกาสมากรุงเทพฯ อาตมาจะหาโอกาสมาเยี่ยมและฉันที่นี่เสมอ และในช่วงที่อาตมาได้ไปเดินธุดงค์ที่อินเดีย ก็มีโอกาสได้สัมผัส และได้เรียนรู้เรื่องอาหารอินเดียพอสมควร
คนอินเดียทานอาหารมังสวิรัติต่อเนื่องกันมาไม่ต่ำกว่า๕พันปีมาแล้ว จนมาถึงปัจจุบันนี้ คนอินเดียจำนวน ๘๐๐ กว่าล้านคนที่ยังมั่นคงในการกินมังสวิรัติ จึงทำให้เกิดความสนใจในการเรียนรู้ ในฐานะที่เราก็ฉันอาหารมังสวิรัติมานานพอสมควร อาหารประจำของคนอินเดียก็คือแกงถั่ว เมื่อไม่ทานเนื้อสัตว์ สิ่งที่แทนเนื้อสัตว์ได้ก็คือถั่วต่างๆ หัวใจสำคัญในการปรุงแกงถั่วก็คือเครื่องเทศ แขกเขาเรียกว่า “มะซาร่า” อาตมาได้พยายามเรียนรู้ว่าเครื่องเทศเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ก็พบว่ามี พริกไทยขาว ,พริกไทยดำ, อบเชย, ลูกผักชี,ลูกจันทร์ ,กานพลู,ป๋วยกั๊ก,ขมิ้น,ขิง,มหาหิง, คุณสมบัติของเครื่องเทศเหล่านี้จะช่วยไปกำจัดพิษที่มากับถั่ว ทำให้ย่อยง่าย ระบบหมุนเวียนดี ท้องไม่อืด ทำให้เข้าใจว่าทำไมต้องเอาถั่วไปแกงและมีเครื่องเทศเหล่านี้
ซึ่งที่ผ่านมาในการกินถั่วของชาวอโศก ก็เพียงแต่เอาถั่วมาต้ม แล้วก็ทานเป็นอาหาร และที่เน้นกินกันเป็นอย่างมากก็คือถั่วเหลือง ซึ่งเป็นธัญพืชที่ย่อยได้ยากมาก นายแพทย์เปี่ยมโชค บอกว่าถั่วเหลืองเป็นอาหารที่ไม่ควรทาน เพราะในถั่วเหลืองนั้น มีสารที่ไปยับยั้งการย่อยโปรตีน และวิตามิน ยิ่งกินมากก็ยิ่งจะทำให้ขาดสารอาหารมาก โปรตีนที่ว่ามีมากที่สุดในถั่วเหลืองนั้น ร่างกายไม่สามารถที่จะรับเอาโปรตีนที่มากนั้นได้ เป็นสิ่งที่น่าคิดมากทีเดียว ชาวมังสวิรัติเกือบทั้งหมดก็ว่าได้ในเมืองไทย จะกินแต่ถั่วเหลือง และสิ่งที่แปรรูปมาจากถั่วเหลือง
แม้แต่ชาวอโศกทุกวันนี้ก็มีปัญหาเรื่องของสุขภาพไม่ใช่น้อย จึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถที่จะท้าทายให้ชาวโลกที่ยังกินเนื้ออยู่มาพิสูจน์ได้อย่างภาคภูมิ และ อาจหาญแกล้วกล้า การกินจึงเป็นสิ่งที่มีผลไม่น้อยทีเดียว การกินถั่วเหลืองจะมีผลมากน้อยแค่ไหน เป็นสิ่งที่ต้องดูกันต่อไป ที่แน่ๆคนอินเดียที่ทานมังสวิรัติ เขาสามารถที่จะท้าทายได้
เป็นสิ่งที่น่าคิด ชาวอินเดียที่เป็นนักกินถั่วมืออาชีพ แต่ปรากฏว่าคนอินเดียไม่กินถั่วเหลือง เขาจะกินถั่วหลากหลายหมุนเวียนกันไปไม่ต่ำกว่า๓๐ชนิด ทางด้านมันสมองของชาวอินเดีย จัดอยู่ในแถวหน้าของโลก
เมนูอาหารของคนอินเดียนั้น มีไม่มากอย่างเหมือนกับคนไทย เมนูอาหารแทบจะเดาได้ถูกต้องเลยว่ามีอะไรบ้าง เขาทานไม่มากอย่าง แต่ในแต่ละอย่างนั้น เป็นอาหารที่มีคุณค่าที่เสริมหนุนกัน อาหารประจำของเขาก็มีจาปาตี,แกงถั่ว,แกงผัก,โยเกริดส์ ผักสดและผลไม้เล็กน้อย กินกันซ้ำซากอย่างนี้ทุกวัน แต่ถั่วและผักนั้นเขาจะมีการหมุนเวียนกันไป คนจนและคนรวยจึงมีสิทธิที่จะมีสุขภาพดีได้พอๆกัน เพราะอาหารหลักที่ประจำนั้นมีราคาที่ถูกและสามารถปลูกได้เอง ระยะเวลาที่ยาวนานในการกินอาหารมังสวิรัติของคนอินเดีย ได้เรียนรู้ผิดถูกมายาวนาน จึงเป็นอาหารที่ตกผลึกมาจนถึงทุกวันนี้ จึงเป็นสิ่งที่น่าศึกษาเรียนรู้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นนักมังสวิรัติ อาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญที่กำหนดชะตาชีวิตและสุขภาพ คุณจะเป็นอย่างที่คุณกิน
ก็เป็นมุมมองของอาตมา ก็ผิดหรือถูกอย่างไร ก็ต้องพิสูจน์กันต่อไป
0 comments:
Post a Comment