
“ตายเพราะพระ”
ชีวิตของการเดินธุดงค์มีโอกาสที่จะได้พบทั้งสิ่งที่น่าประทับใจ และ สิ่งที่น่าสลดใจ แต่ส่วนมากแล้วจะได้พบกับสิ่งที่น่าประทับใจ มีสิ่งที่น่าสลดใจที่อยากจะขอเล่า มันเป็นเรื่องที่นำเอามาสอนใจได้เป็นอย่างดีในช่วงที่อาตมาเดินอยู่ในเขตจังหวัด กระบี่ อาตมาและท่านบินก้าวได้แวะเข้าไปขอพักที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ชื่อสำนักสงฆ์แสนสุข มีพระอยู่หนึ่งรูปท่านให้พักแต่ต้องเรียกกรรมการวัดให้เข้ามารับรองก่อน เพราะท่านเองก็เป็นพระอาคันตุกะมาเช่นเดียวกัน อาตมารู้สึกสะดุดใจในการที่ต้องแจ้งให้กรรมการวัดให้มาที่วัด ท่านได้เล่าเรื่องที่น่าสลดใจให้ฟังว่า เมื่อปีที่แล้วนี้เอง เจ้าอาวาสที่วัดนี้ถูกฆ่า และผู้ที่ฆ่านั้นคือพระอาคันตุกะที่มาขออาศัยพัก พูดกันว่าสาเหตุที่ถูกฆ่าเพราะ เจ้าอาวาสได้คุยให้พระอาคันตุกะฟังว่าท่านมีพระพุทธรูปที่มีค่ามากราคาเป็นล้าน เป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่มาก ทำให้พระอาคันตุกะเกิดความโลภขึ้นมา จึงได้ลงมือฆ่าเจ้าอาวาสรูปนั้น แล้วขังไว้ในห้อง แล้วเอาพระพุทธรูปหนีไป เวลาผ่านไปสามวันจึงได้รู้ว่าเจ้าอาวาสถูกฆ่าตายพระพุทธรูปที่เห็นว่าเป็นของที่มีค่าศักดิ์สิทธ์ ที่สุดแล้วก็ไม่สามารถคุ้มครองตนเองได้ กลับเป็นต้นเหตุที่ทำให้ถูกฆ่าตายเสียด้วยซ้ำ
ชัดเจนจริงหนอที่พระพุทธเจ้าไม่ให้ภิกษุมีของที่มีราคา มันคงไม่ได้หมายถึงเงินหรือทองอย่างเดียว แม้แต่พระพุทธรูปที่คนไปตั้งราคาให้สูง ก็เข้าข่ายนี้เช่นเดียวกัน พระองค์ไม่ให้มีก็เพื่อป้องกันความปลอดภัยของพระเองการเป็นพระที่ไม่ต้องมีเงินทองและของที่มีค่าใดๆ มันเป็นความสบายและความปลอดภัยของพระ เพราะถ้าเป็นพระที่ดีแล้ว เรื่องของปัจจัยต่างๆที่มีความจำเป็น ญาติโยมเขาพร้อมที่จะถวายอยู่แล้ว โดยไม่ต้องเป็นภาระเลย ชีวิตนักบวชจริงจะต้องไม่ติดยึดในที่อยู่ ต้องไปในที่ต่างๆ บางทีต้องไปนอนใต้โคนไม้ นอนในศาลาที่ไม่มีที่มุงที่บัง การมีสมบัติจึงเป็นความไม่ปลอดภัยของที่มีค่าสำหรับนักบวชก็คือความไม่มี พระพุทธองค์ได้ทิ้งความมีที่เป็นปราสาท ทิ้งยศที่เป็นถึงรัชทายาท ทิ้งทรัพย์สมบัติที่มีมหาศาล ไปสู่ความไม่มี พระองค์ได้พบสิ่งที่มีค่ากว่าสิ่งเหล่านั้นคือความไม่มี เพราะมีสิ่งใดก็ต้องทุกข์เพราะสิ่งนั้น เมื่อไม่มีสิ่งใดก็ไม่ต้องทุกข์เพราะสิ่งนั้น ผู้ที่เข้าใจวิถีชีวิตที่ประเสริฐก็จะพยายามทิ้งความมี มาสู่ความไม่มี เป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่นักบวชส่วนมากในทุกวันนี้ กลับกำลังเดินทางไปสู่ความมี สิ่งเป็นสิ่งที่ทวนกระแสกับที่พระพุทธองค์ที่ได้พานำ ภัยจึงได้เกิดกับนักบวช ที่ออกข่าวมาบ่อยๆเรื่อง ที่อาตมาได้ฟังจากที่พระท่านได้เล่าให้ฟังนี้ เป็นสิ่งที่ได้ย้ำ ยืนยันชัดเจนให้แก่ตนเอง ในการที่จะพยายามที่จะมีจะเป็นให้น้อยที่สุด เพื่อเป็นการพิสูจน์ในคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ แม้ปัจจุบันก็ยังเป็นสิ่งที่ท้าทายให้มาพิสูจน์ได้อยู่เสมอ ไม่จำกัดกาลเวลา ยิ่งความสะดวกสบายมีมากขึ้น ความเจริญมีมากขึ้น ในโลกเต็มไปด้วยคนที่มี ซึ่งเข้าพร้อมที่จะแบ่งให้กับผู้ที่ไม่มี ถ้าผู้ที่ไม่มีแต่เป็นผู้ที่มีคุณค่าต่อโลก เขาคงไม่ทอดทิ้งเป็นแน่แท้ อยู่ที่เราเองจะกล้าหาญที่จะทิ้งออกมาหรือไม่ พร้อมที่จะท้าทายตนเองหรือไม่เท่านั้น ขอเจริญพร ....
No comments:
Post a Comment